Investing

ราคาทองวันนี้แตะ 71,900 บาท ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางและค่าเงินผันผวน กลยุทธ์ Hold ยังเหมาะอยู่ไหม หรือควรรอจังหวะย่อก่อนสะสมเพิ่ม?

Started by มือใหม่หัดลงทุน on 2026년 05월 08일 4:51 오후

0votes
open
มือใหม่หัดลงทุนuser
วันนี้ราคาทองอยู่ที่ประมาณ 71,900 บาท ถือว่าเป็นระดับที่เริ่มตัดสินใจยากพอสมควรครับ เพราะราคายังได้แรงหนุนจากหลายปัจจัย ทั้งสงครามตะวันออกกลาง ความตึงเครียดแถวช่องแคบฮอร์มุซ ค่าเงินเยนที่ผันผวน และเศรษฐกิจยุโรปที่ยังไม่ค่อยแข็งแรง

กลยุทธ์ที่เห็นหลายคนพูดถึงตอนนี้คือ Hold มากกว่าการไล่ซื้อ เพราะทองยังมีแรงหนุนจากความไม่แน่นอน แต่ราคาก็ขึ้นมาอยู่ในโซนที่ไม่ถูกแล้วเหมือนกัน

แนวรับหลักอยู่แถว $4,500 หรือประมาณ 70,000 บาท ส่วนแนวต้านอยู่แถว $4,850 หรือประมาณ 73,300 บาท ถ้าทองขึ้นไปทดสอบแนวต้านแล้วผ่านไม่ได้ อาจมีแรงขายทำกำไรออกมา

ผมมีทองอยู่บางส่วนจากที่ทยอยซื้อไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้กำไรยังไม่เยอะมาก แต่ก็เริ่มคิดว่าควรถือต่อทั้งหมด หรือแบ่งเงินบางส่วนออกไปลงทุนอย่างอื่นด้วย เช่น DCA หุ้นต่างประเทศ กองทุนรวม ตราสารหนี้ หรือเก็บเงินสดไว้รอจังหวะ

ส่วนตัวมองว่าทองยังน่าถือในช่วงที่โลกไม่แน่นอน แต่ถ้าพอร์ตมีทองเยอะเกินไปก็อาจเสี่ยงเหมือนกัน เพราะถ้าข่าวคลี่คลายหรือดอลลาร์กลับมาแข็ง ราคาทองอาจย่อได้

อยากถามเพื่อน ๆ ว่าถ้ามีทองอยู่แล้วในช่วงราคาประมาณนี้ ควร Hold ต่อ หรือควรแบ่งบางส่วนไปลงทุนสินทรัพย์อื่นเพื่อกระจายความเสี่ยงดี?

Recent comments

ราชานักลงทุนuser
ถ้ามองเรื่องจัดพอร์ต ผมว่าตอนนี้ควรมีหลายสินทรัพย์ครับ ไม่ใช่ทองอย่างเดียว

ทองเหมาะกับกันความเสี่ยง หุ้นเหมาะกับสร้างการเติบโต ส่วนตราสารหนี้หรือกองทุนตลาดเงินเหมาะกับพักเงินและลดความผันผวน

ถ้าเจ้าของกระทู้เริ่มมีกำไรจากทองแล้ว อาจแบ่งบางส่วนออกมาเก็บเป็นเงินสดหรือเข้าตราสารหนี้ระยะสั้นก็ได้ เพราะถ้าทองย่อแรง จะได้มีเงินกลับไปซื้อเพิ่ม

ผมชอบวิธีแบ่งเป็น 4 ส่วน เช่น ทอง 30%, หุ้นหรือ ETF 40%, ตราสารหนี้ 20%, เงินสด 10% แล้วค่อยปรับตามความเสี่ยงที่รับได้
0 votes
กราฟเขียวทุกวันuser
เห็นด้วยกับความเห็นของคุณ ราชานักลงทุน นะครับที่ว่าเรื่องไม่ควรถือทองอย่างเดียวครับ แต่ขอถามเพิ่มนิดหนึ่งว่า ถ้าจะแบ่งพอร์ตจริง ๆ ควรถือทองประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะพอดี

เพราะตอนนี้ผมเห็นบางคนบอกว่าทองควรมีแค่ 10-20% ของพอร์ต แต่บางคนก็บอกว่าช่วงข่าวสงครามแบบนี้ควรเพิ่มทองเป็น 30-40% ไปก่อน

ถ้าเราถือทองเยอะเกินไปก็กลัวว่าพอร์ตจะโตช้า แต่ถ้าถือน้อยเกินไป เวลาตลาดหุ้นหรือค่าเงินผันผวนก็เหมือนไม่มีตัวช่วยกันความเสี่ยง

เลยอยากรู้ว่าคนที่ลงทุนจริง ๆ เขาใช้วิธีคิดยังไงครับ ดูจากอายุ ความเสี่ยงที่รับได้ หรือดูจากสถานการณ์ตลาดเป็นหลัก?
0 votes
ราชานักลงทุนuser
ขออนุญาติตอบกลับ คุณกราฟเขียวทุกวัน นะครับขออธิบายเพิ่มนิดหนึ่ง

ที่ผมบอกว่าไม่ควรถือทองเยอะเกินไป เพราะทองไม่ได้สร้างกระแสเงินสด และระยะยาวบางช่วงอาจนิ่งนานมาก ถ้าพอร์ตมีแต่ทองอย่างเดียว โอกาสเติบโตอาจสู้หุ้นหรือ ETF ไม่ได้

ถ้าเป็นพอร์ตของผม ผมจะให้ทองประมาณ 20-30% ในช่วงที่โลกไม่แน่นอนแบบนี้ แต่ถ้าสถานการณ์เริ่มนิ่งลง อาจลดเหลือประมาณ 10-15%

ส่วนที่เหลือผมจะกระจายไปหุ้นหรือ ETF สำหรับการเติบโตระยะยาว ตราสารหนี้หรือกองทุนตลาดเงินสำหรับพักเงิน และเงินสดไว้รอจังหวะซื้อเพิ่ม

แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่สูตรตายตัวนะครับ ถ้าใครรับความเสี่ยงหุ้นได้น้อย อาจถือทองมากกว่าผมก็ได้ สำคัญคือเราต้องรู้ว่าถือแต่ละสินทรัพย์ไปเพื่ออะไร
0 votes
เงินงอกเงยuser
ผมขอแย้งนิดหนึ่งครับ ผมคิดว่าช่วงนี้ทอง 30-40% ของพอร์ตอาจไม่ได้น่ากลัวเกินไป ถ้าคนถือมีเป้าหมายชัดว่าใช้ทองเป็นตัวป้องกันความเสี่ยง เพราะสถานการณ์ตอนนี้มีทั้งตะวันออกกลาง ค่าเงินเยน ดอลลาร์ และเศรษฐกิจยุโรปที่ยังไม่แน่นอน ถ้าถือหุ้นเยอะเกินไปแล้วตลาดกลับมากังวลเรื่องสงครามอีก พอร์ตอาจแกว่งแรงกว่าเดิม

แต่ผมเห็นด้วยว่าไม่ควรไล่ซื้อทองตอนใกล้แนวต้าน ถ้าจะเพิ่มสัดส่วนทองจริง ๆ ควรรอจังหวะย่อใกล้ 70,000 บาทมากกว่า ดังนั้นผมไม่ได้มองว่าถือทองเยอะผิด แต่ต้องไม่ซื้อแพง และต้องรู้ว่าถ้าเหตุการณ์คลี่คลายจะลดทองลงตอนไหน
0 votes
กราฟเขียวทุกวันuser
มุมของคุณเงินงอกเงย น่าสนใจมากครับ ผมเองก็คิดว่าถ้าช่วงข่าวแรง การถือทองเพิ่มขึ้นชั่วคราวอาจทำได้

แต่ปัญหาคือหลายคนพอเพิ่มทองแล้วไม่ค่อยมีแผนลด กลายเป็นว่าถือทองเยอะต่อไปเรื่อย ๆ แม้ตลาดจะเปลี่ยนสถานการณ์แล้ว

ส่วนตัวผมเลยชอบใช้วิธีแบ่งเป็น “สัดส่วนปกติ” กับ “สัดส่วนพิเศษตามสถานการณ์” เช่น ปกติถือทอง 15% แต่ถ้ามีความเสี่ยงสูงมากค่อยเพิ่มเป็น 25-30%

พอราคาทองไปใกล้แนวต้านหรือข่าวเริ่มเบาลง ก็ทยอยลดกลับมาที่สัดส่วนปกติ แล้วเอาเงินไป DCA หุ้นหรือ ETF ต่อ

แบบนี้ทำให้เราไม่ติดอยู่กับสินทรัพย์เดียว และไม่ต้องเดาทางตลาดแบบสุดโต่งเกินไป
0 votes
แม่ฝากซื้อหุ้นดันไปซื้อหวยuser
ผมว่าหลายความเห็นพูดถูกตรงที่ต้องแยกเงินเป็นส่วน ๆ ครับ เพราะแต่ละสินทรัพย์มีหน้าที่ไม่เหมือนกัน

ทองเอาไว้กันความเสี่ยง หุ้นหรือ ETF เอาไว้สร้างการเติบโต ตราสารหนี้เอาไว้ลดความผันผวน ส่วนเงินสดเอาไว้รอจังหวะ

ส่วนถ้าอยากเสี่ยงโชคอย่างหวย ซื้อหวย หรือแทงหวยออนไลน์ ผมก็คิดว่าควรแยกเป็นเงินอีกก้อนเล็ก ๆ ไปเลย ไม่ควรเอามาปนกับพอร์ตลงทุนหลัก

ก่อนหน้านี้ผมเคยลองซื้อหวยออนไลน์กับเว็บตาม google แต่เจอหน้าเว็บใช้งานยากกับถอนก็ไม่ได้ ไม่ต่างอะไรกับลงทุนพลาดเลยครับ
หันมาทดลองใช้เว็บนี้ ถือว่าโอเคเลยนะครับ www2.sboclubs.io/pewpew.html

ส่วนตัวผมมองเหมือนกันว่า หวยคือเงินลุ้น ไม่ใช่เงินลงทุน โปรดใช้วิจารณในการลงซื้อหวย อย่าทำแบบผมเลยครับที่เอาเงินเสี่ยงโชคมาลงกับทอง หรือ หุ้นต่างๆ ไม่งั้นมันจะปนกันมั่วไปหมดครับ
0 votes
มือใหม่หัดลงทุนuser
เห็นด้วยครับ โดยเฉพาะประโยคที่ว่าหวยไม่ควรปนกับพอร์ตลงทุนหลัก

ผมเองก็มีซื้อหวยบ้าง แต่ตั้งงบไว้ชัดเจนมาก เพราะถ้าไม่กำหนดงบ มันจะกลายเป็นการไล่ลุ้นไปเรื่อย ๆ แล้วเสียระบบการเงิน

ถ้าถูกหวยจริง ผมคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดคือแบ่งเงินทันที เช่น 50% เก็บหรือลงทุนต่อ 30% ใช้ส่วนตัว 20% เสี่ยงต่อหรือทำอย่างอื่น

แต่ถ้าเอาเงินรางวัลทั้งหมดไปเสี่ยงซ้ำ สุดท้ายมีโอกาสกลับมาเท่าเดิมหรือแย่กว่าเดิม

สำหรับหัวข้อนี้ ถ้าถูกหวยช่วงทองย่อมาใกล้ 70,000 บาท ผมคงแบ่งไปสะสมทองบางส่วน แล้วอีกส่วนเอาไป DCA ETF มากกว่า
0 votes
Log in to reply.